ปี 2557 สภาเภสัชกรรม จะรับรองเฉพาะหลักสูตร 6 ปี
เหตุผลที่สภาเภสัชกรรม
เห็นควรให้การรับรองปริญญาเภสัชศาสตร์
จากหลักสูตรเภสัชศาสตร์ที่มีมาตรฐาน ๖ ปี
ด้วย ปัจจุบันแนวโน้มการพัฒนาวิชาการและวิชาชีพเภสัชศาสตร์ในระดับนานาชาติ รวมทั้งพัฒนาการของระบบผลิตบัณฑิตทางเภสัชศาสตร์และสถานการณ์วิชาชีพเภสัชกรรมภายในประเทศ มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่บ่งชี้ว่า มาตรฐานของหลักสูตรเภสัชศาสตร์ควรใช้เวลาทำการศึกษาไม่ต่ำกว่า ๖ ปี ดังนั้น ในการรับรองปริญญาเพื่อประโยชน์ในการสมัครเป็นสมาชิกตามอำนาจของสภาเภสัชกรรม สภาเภสัชกรรมจึงเห็นสมควรว่า มาตรฐานของหลักสูตรเพื่อนำไปสู่ปริญญาทางเภสัชศาสตร์ที่สมควรได้รับการรับรองนั้น ควรเป็นหลักสูตร ๖ ปี ตามแนวทางของปริญญา Doctor of Pharmacy ตามมาตรฐานของสากล ทั้งนี้ โดยมีเหตุผลดังต่อไปนี้
1. หลักสูตรเภสัชศาสตร์ห้าปีที่ใช้ในประเทศไทยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2500 ได้มีการเพิ่มเติมเนื้อหาที่จำเป็นต้องศึกษาตามวิทยาการที่เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ในปัจจุบัน ภาระที่นักศึกษาเภสัชศาสตร์จะต้องศึกษามีมากเกินกว่าที่จัดการศึกษาในเวลาที่จำกัดเพียง ๑๐ ภาคการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจึงขาดคุณลักษณะที่จำเป็นหลายประการ เช่น ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การใช้เหตุผล ความสามารถในการเรียนรู้เพิ่มขึ้นด้วยตนเอง และนำไปสู่การขาดภาวะความเป็นผู้นำ ทั้งนี้ ปัจจุบันหลักสูตรเภสัชศาสตร์ห้าปีในประเทศไทย มีภาระการศึกษาประมาณ ๑๙๐ หน่วยกิต อีกทั้งยังมีภาระที่ต้องฝึกปฏิบัตวิชาชีพที่อาจคิดเป็นหน่วยกิตได้ไม่ต่ำกว่า ๒๐ หน่วยกิต ซึ่งหลักสูตรส่วนใหญ่ไม่ได้คิดเป็นค่าหน่วยกิตให้ หรือคิดให้เพียงส่วนน้อย ดังนั้น ในทางปฏิบัติ หลักสูตรเภสัชศาสตร์ห้าปีจึงมีภาระการศึกษาเกิน ๒๐๐ หน่วยกิต ซึ่งไม่สอดคล้องกับระยะเวลาการศึกษา ๑๐ ภาคการศึกษาที่ควรมีภาระการศึกษาเฉลี่ยภาคการศึกษาละ ๑๕ หน่วยกิต หรือควรมีหน่วยกิตรวมไม่เกิน ๑๕๐ หน่วยกิต
2. แนวโน้มการศึกษาเภสัชศาสตร์ในประเทศที่มีพัฒนาการของสาขาวิชานี้อย่างมีความก้าวหน้า ได้พัฒนาไปในทิศทางที่ใช้เวลาในการศึกษา ไม่ต่ำกว่า ๖ ปี ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา ๖ ปีก่อนได้รับปริญญาทางเภสัชศาสตร์ เช่น ในสหรัฐอเมริกา และยุโรป หรือใช้เวลาเทียบได้ ๖ ปี ก่อนการได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เช่น ในประเทศสหราชอาณาจักร จึงเป็นข้อยืนยันว่า การจัดการศึกษาเพื่อให้เหมาะกับการสร้างบัณฑิตเภสัชศาสตร์ให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการประกอบวิชาชีพอย่างมีคุณภาพตามทิศทางของวิชาชีพในปัจจุบัน ควรใช้เวลาในการศึกษาไม่ต่ำกว่า ๖ ปี
3. ผู้ประกอบการที่เป็นผู้จ้างงานหรือผู้บังคับบัญชาของบัณฑิตทางเภสัชศาสตร์ ที่สำเร็จจากหลักสูตรห้าปี มักมีข้อตำหนิและท้วงติงว่า บัณฑิตไม่สามารถเข้าสู่สภาพการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นที่จะต้องทำการเรียนรู้เพิ่มเติมในสถานที่ทำงาน จึงจะสามารถปฏิบัติงานต่อไปได้ ซึ่งต่างจากบัณฑิตสาขาอื่นที่สามารถเข้าสู่สภาพการทำงานได้โดยทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้ปรากฏว่า ข้อท้วงติงเช่นนี้จะได้ยินเสมอจากผู้ประกอบการโรงงานผลิตยา ย่อมแสดงว่า แม้ในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเภสัชกรรมที่มีผู้อ้างเสมอว่า ไม่จำเป็นต้องใช้หลักสูตรหกปีนั้น ก็ยังปรากฏชัดว่า การผลิตบัณฑิตโดยใช้หลักสูตรห้าปีดังในปัจจุบัน ได้บัณฑิตที่ด้อยคุณภาพ ดังนั้น จึงเป็นการสมควรที่จะปฏิรูปหลักสูตรเภสัชศาสตร์เสียใหม่ โดยพัฒนาเป็นหลักสูตรหกปี เพื่อสร้างความรู้และประสบการณ์ที่เหมาะสมตามมาตรฐานสากลของวิชาชีพ
4. ประเทศไทย ได้มีการศึกษาแนวโน้มการศึกษาเภสัชศาสตร์ และได้มีข้อยุติไว้ชัดเจนจากการประชุม สัมมนา และสมัชชาในระดับต่างๆ หลายครั้ง เช่น มติของศูนย์ประสานงานการศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย (ศศภท.) การประชุมสมัชชาเภสัชกรรมไทย การประชุมเภสัชศาสตร์ศึกษาแห่งชาติ มติเหล่านั้นสรุปไปในทิศทางที่ควรให้มีการพัฒนาหลักสูตรเภสัชศาสตร์ในประเทศไทยเป็นหลักสูตรหกปี รวมทั้ง ในที่สุด สภาเภสัชกรรมได้เคยมีมติที่จะให้การรับรองเฉพาะปริญญาที่เกิดจากหลักสูตรหกปี โดยเริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๙ แต่มติดังกล่าวยังไม่ได้มีมาตรการในการบังคับใช้ เป็นเหตุให้การพัฒนาการศึกษาเภสัชศาสตร์ต้องยืดเยื้อเกินเวลาที่กำหนดตามมติดังกล่าว
5. ในปัจจุบัน ได้มีคณะเภสัชศาสตร์ในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ ที่ได้มีการพัฒนาและใช้หลักสูตรเภสัชศาสตร์หกปีล่วงหน้าไปแล้ว ทั้งที่ใช้หลักสูตรหกปีทั้งหมด และใช้เป็นหลักสูตรทางเลือกเพิ่มเติมจากหลักสูตรห้าปี รวมทั้ง ได้มีบัณฑิตที่สำเร็จตามหลักสูตรหกปีสำเร็จการศึกษาออกมาแล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะมีมากขึ้นทุกๆ ปีการศึกษา ย่อมแสดงว่า สถาบันการศึกษาทางเภสัชศาสตร์ส่วนใหญ่มีความพร้อมที่จะดำเนินการตามหลักสูตรเภสัชศาสตร์หกปีแล้ว
6. ในฐานะของสภาวิชาชีพ สภาเภสัชกรรมไม่สามารถที่ยอมให้วิชาชีพมีสองมาตรฐาน อันเนื่องมาจากผู้สำเร็จการศึกษาที่เข้าสู่วิชาชีพมีพื้นฐานการศึกษาที่แตกต่างกัน จึงเป็นการสมควรที่สภาเภสัชกรรมจะต้องจรรโลงไว้ซึ่งความเท่าเทียมกันของมาตรฐานของวิชาชีพ โดยมุ่งเน้นให้มาตรฐานที่กำหนดนั้นเป็นไปในทิศทางของการพัฒนาให้วิชาชีพมีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น อันจะเป็นประโยบชน์ต่อสังคมในที่สุด จึงเป็นการสมควรที่จะประกาศการรับรองปริญญาเภสัชศาสตร์ที่เกิดจากหลักสูตรที่มีมาตรฐานหกปี
7. การที่สภาเภสัชกรรมกำหนดเป็นการล่วงหน้าที่จะรับรองปริญญาทางเภสัชศาสตร์จากหลักสูตรหกปี ในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นการประกาศล่วงหน้าเป็นระยะเวลานาน สมควรแก่เหตุผล และไม่น่าจะเป็นอุปสรรคแก่คณะเภสัชศาสตร์ต่างๆ ที่จะเตรียมการจัดทำและใช้หลักสูตรหกปีแต่อย่างใด
สภาเภสัชกรรม
พฤศจิกายน ๒๕๕๐
http://www.pharmacycouncil.org/html/boa ... _file=view

