5-6
หลักๆเลยนะก็จะเป็นที่เรื่อง การเรียนและการทำงาน
โดย 5ปีจุฬา มหิดล ที่อื่นๆ
-เรียน พฐ.ทางเภสัชศารสตร์ทั่วไป จนถึงช่วงปี4 จะมีการแบ่งสายอะ
เอาเรียกง่ายๆก็มี คลินิก กะสายผลิต ชอบด้านไหนก็เลือกเอา
สายผลิต จะเน้นศึกษาในด้านการผลิตยา การค้นคว้าตัวยา
และควบคุมคุณภาพมาตรฐานของยา รวมถึงการวิจัยยา
และคิดค้นสูตรยาใหม่ๆ เภสัชกรทางด้านสาขาน ี้
เหมาะกับสายงานในด้านการผลิต
ซึ่งส่วนมากจะทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตยา เช่น
เภสัชกรอุตสาหกรรม เภสัชกรฝ่ายผลิตยา
เภสัชกรแผนกควบคุมมาตรฐานตัวยา
เภสัชกรฝ่ายการวิจัยคิดค้นตัวยา
หรือรับราชการในกระทรวงทางด้านอาหารและยา หรือ
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ฯลฯ
สายคลินิก เน้นด้านการใช้ยาที่ถูกต้องและเหมาะสมกับผู้ป่วย
ซึ่งอาจจะทำงานในโรงพยาบาล คลินิก ร้านยา สถานบริการสุขภาพ
ก็ได้
5ปี มศว
-เรียนโดยไม่มีการแบ่งสายอะ ก็จะเรียนรวมทั้งหมดทั้ง
2สาย ไม่ได้มีการแบ่งชัดเจนอะ
การทำงานมันก็จะทำได้หมดแหละทั้ง 2 สาย
6ปี(บริบาลทางเภสัชกรรม)
ถ้าจะพูดกันจริงๆมันก็มีส่วนคล้ายกะสายคลินิกของ
5ปีอะแหละ แต่หลักสูตร6ปีมันจะเข้มข้นขึ้นอะ คือ
จะเน้นในการศึกษาด้านการบริบาลเภสัชกรรมมากขึ้น
โดยเราจะต้องเรียนลึกขึ้นมากมาย ทั้งการใช้ยาในผู้ป่วย
การติดตามผลการใช้ยา การเลือกใช้ยา และที่เกี่ยวข้องกับ
การใช้ยากับผู้ป่วยเราจะต้องเรียนลึก และละเอียดมากกว่าสายคลินิก
5ปี โดยในปีที่6จะเป็นการฝึกงานทางวิชาชีพ และการทำวิจัยตลอด
ทั้งปี การทำงานก็เหมือนสายคลินิก5ปีอะ แต่ถ้ารับราชการก็จะได้เงิน
เดือนมากว่าอะ และก็ปัจจุบันก็กะลังเป็นที่ต้องการมาก โดยเฉพาะรพ.
ต่างๆ
แนวทางการประกอบอาชีพ
ปัจจุบันความต้องการของยาสำหรับการแพทย์ปัจจุบัน และ การแพทย์แผนโบราณ มีเพิ่มมากขึ้นตามอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากร แนวโน้มในการทำงานของอาชีพนี้ยังคงมีอยู่มาก ถ้าไม่เลือกงานและมีความสามารถที่ดีก็จะไม่มีการตกงานเลยสำหรับอาชีพเภสัชกร เภสัชกรสามารถเข้าทำงานได้ในสถานที่เหล่านี้
1. เภสัชกรโรงพยาบาล ทำหน้าที่จ่ายยา แนะนำปรึกษาเรื่องการใช้ยาที่ถูกต้อง และติดตามผลการใช้ยาของผู้ป่วย
2. เภสัชกรอุตสาหกรรม เป็นเภสัชกรในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตยา โดยแยกเป็นแผนกได้ดังนี้
2.1. แผนกผลิต
2.2. แผนกควบคุมการผลิต
2.3. แผนกวิจัยคิดค้นตำรับยา
3. เภสัชกรชุมชน เภสัชกรประจำร้านขายยา ทำงานในร้านยาชุมชน อาจเป็นผู้จัดการ หรือเจ้าของกิจการร้านยา ทำหน้าที่จำหน่ายยา แนะนำปรึกษาเรื่องการใช้ยาที่ถูกต้อง
4. เภสัชกรตลาด Detialer ทำหน้าที่เป็นเภสัชกรผู้แทนที่จะออกไปพบลูกค้า พบหมอ หรือ เภสัชกรห้องยา เพื่อแนะนำยาของบริษัทที่ตนสังกัดอยู่ มีความสามารถในการค้าขาย ชักชวนให้เขาสั่งยาที่แนะนำนั้นได้ และมีความรู้ที่ดีอธิบายตัวยาที่ตนขาย ปัจจุบันในประเทศไทยมีเภสัชกรที่ทำงานในด้านนี้อยู่เป็นจำนวนมาก
5. เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค เช่น สารวัตรอาหารและยา เจ้าหน้าที่วิเคราห์ยาอาหารหรือเครื่องสำอาง และเคมีภัณฑ์
6. รับราชการต่างๆ เช่น สำนักกรรมการอาหารและยา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กองเวชภัณฑ์ กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น
7. อาจารย์ในมหาวิทยาลัย เป็นอาจารย์ผู้สอนนักศึกษาในคณะเภสัชศาสตร์ ของแต่ละสถาบันนั้น
โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ
- สายงานด้านการตลาด มีความกระตือรือร้น มีความคล่องตัวในการค้าขาย แสวงหาความรู้ด้านการตลาด รู้จักวิเคราะห์เศรษฐกิจและสังคมได้เป็นอย่างดี
- สายงานด้านโรงพยาบาล มีความสามารถในการบริหารงาน และการบริการที่ดี
- สายงานราชการ ขึ้นอยู่กับความรู้ ถวามสามารถและผลงานทางวิชาการ
- สายงานด้านเอกชน อยู่ที่ความรู้ความสามารถและผลงาน ความรับผิดชอบและความกระตือรือร้น
ความแตกต่าง น่าจะประมาณนี้นะ
ปล.พี่ว่า6ปีหน้าตาดีกว่านิดนึงนะ ไม่เชื่อน้องลองพิสูจน์ดูละกันนะ อิอิ
ปล.2ถ้าน้องรอไม่ไหวเดี๋ยวพี่โพสรูปพี่จ๋ายให้ดูละกัน เหอๆ

ประชาคมวิชาการแห่งผู้มีความรู้ประดุจนักปราชญ์ และมีความประพฤติประดุจผู้ทรงศีล สมฐานะของผู้นำทางปัญญา